story - Shiny
feature - Nocturn
ในค่ำคืนมืดมิด ในตรอกแคบเหม็นกลิ่นอับ ใจกลางมหานครอันศิวิไลซ์ สว่างไสวแม้ยามค่ำคืน ในตรอกแคบแห่งนั้นกลับมืดมิด ถึงกระนั้นก็ยังสว่างพอสำหรับนัยน์ตาของสิ่งมีชีวิตแห่งราตรีเยี่ยงเขา
เด็กน้อยวิ่งจี๋ผ่านเส้นทางยาวด้วยหัวใจที่เต้นรัวเร็วพอๆกับฝีเท้าที่ซอยถี่ยิบ แม้จะเห็นเส้นทาง แต่ด้วยความเร่งร้อนจึงวิ่งเปะปะ ไถเข้ากับกำแพงข้างตัวจนถลอกปอกเปิกบ้าง หรือสะดุดกับเศษขยะหรือสิ่งของที่กองทิ้งอยู่บนพื้น อุปสรรคเล็กน้อยขวางเขาไม่ได้ เด็กชายยังคงวิ่งต่อไปด้วยความเร็วสูงสุดอย่างลืมเหนื่อย
ไม่นานตรอกแคบก็เปิดออกเป็นลานเล็กๆ และความหวังอันริบหรี่ของเด็กชายก็ดับวูบไปในทีเดียว ตรงหน้าเขาปรากฎกำแพงสูงตระหง่าน ปิดกั้นทางหนีทีไล่ที่เคยมีหมดสิ้น เขาสูดหายใจลึก แล้วพุ่งเข้าไปที่กำแพงด้านหนึ่ง ก่อนจะกระโดดอย่างสุดแรง
เด็กชายอายุราวสิบปีเศษ รูปร่างเล็กกว่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวทั่วไปเล็กน้อยแต่ร่างผอมเห็นซี่โครงนับได้ กรงเล็บแข็งแกร่งที่ไม่เคยทำให้เขาผิดหวังฝังลงในกำแพง แต่แขนอ่อนแรงนั้นไม่อาจรับน้ำหนักร่างที่เบาลงไปกว่าปกติหลายกิโลเพราะไม่มีอะไรตกถึงท้องมาหลายวัน ร่างผอมเกร็งเล็กๆนั้นจึงร่วงลงพื้นอย่างเสียไม่ได้
เสียงฝีเท้าหนัก ผสมเสียงตะโกนดังขึ้นและกระชั้นเข้ามา พวกฝูงหมาเจ้าถิ่นที่ไล่แมวร่างน้อยนั้นเกือบจะบรรลุเป้าหมายของพวกมันแล้ว อีกเพียงไม่กี่ก้าว เหล่าสุนัขเลงทั้งหลายก็จะออกมาถึงลานเล็กๆที่เด็กชายยืนอยู่ก่อนหน้า
"ไปไหนแล้ววะ?!!" คนหนึ่งในกลุ่มตะโกนถาม
"มันหนีไม่พ้นหรอก ไอ้แมวระยำ! ออกมา!! พวกกูรู้ว่ามึงอยู่ในนี้!!" อีกคนหนึ่งพูดตอบ
"มึงเฝ้าทางออกไว้ ถ้ามันจะหนีก็มีทางเดียว" คนแรกพูดต่อกับอีกคนที่สามซึ่งพยักหน้ารับคำสั่งแล้วปฏิบัติตามแต่โดยดี
เด็กน้อยในความสิ้นหวัง ยามนี้ได้อาศัยข้อได้เปรียบแห่งความเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งราตรีในการยืดความหวังในการอยู่รอดของตนออกไป ขนสีดำปลอดตลอดทั้งร่างช่วยปกปิดการมีอยู่ของเขาจากสายตาของทุกอย่างในโลก
ร่างเล็กขดกลม เบียดตัวแน่นกับมุมเล็กที่สุดของลาน ตรงจุดที่สองตึกสร้างมาชนกัน มีซอกเล็กๆอยู่เบื้องหลัง ใจจริงเด็กชายอย่างจะแทรกตัวหายเข้าไปในซอกนั้นเสียให้มันพ้นไป ติดแต่ว่าซอกที่ว่ากว้างไม่ถึงสองฝ่ามือ แม้ร่างอันผ่ายผอมของเขาก็ไม่อาจแทรกเข้าไปได้
เด็กชายได้แต่พึ่งแผ่นไม้กระดานซอมซ่อที่คนเอามาทิ้งไว้คุ้มหัว นั่งปิดปากปิดจมูกสั่นงันงกอยู่ในมุมมืดเล็กๆนั้นเอง ขณะเดียวกัน ดวงตาสีเหลืองทองก็กวาดไปทั่วลานด้วยความกลัว เห็นแต่ภาพระดับต่ำที่สุด มีพื้นสกปรก กับเงาดำและช่วงขาของกลุ่มผู้ตามล่า และความกลัวก็เพิ่มมากขึ้นทุกขณะ
ขาคู่หนึ่งก้าวเข้ามาใกล้ ยังผลให้เด็กชายหยุดหายใจไปถนัดด้วยความหวาดหวั่น แต่แม้จะไม่มีเสียงหายใจแล้ว เด็กน้อยก็ยังคงผวาอยู่นั่นเอง ด้วยว่าหัวใจเขาในตอนนี้เต้นไม่เป็นส่ำ และไม่มีทางใดที่จะหยุดมันได้เลย เขากลัวจับใจ ว่าเจ้าของขาตรงหน้าจะได้ยินเสียงหัวใจที่รัวแรงจนแทบจะระเบิดออกมานอกอกนี้
เขาหลับตาแน่น กลัวว่าจะถูกพบตัว หากเพียงไม้กระดานเหนือหัวนี้ถูกเลิกขึ้น เขาก็จะต้องถูกพบ จะต้องตาย จะต้องตาย..
ตาย ตายเหมือนกับเจ้าน้องชายลายด่าง
ตายเหมือนยายสามสีเพื่อนเขา ที่ถูกทิ้งไว้ตรงต้นทาง
เขาเห็นทั้งหมด ภาพยายสามสีถูกจับได้แล้วจับตรึง พวกมันมีแต่ผู้ชายตัวใหญ่ตั้งสี่ห้าคน จับยายสามสีตัวนิดเดียวตรึงกับพื้น เสียงยายสามสีร้องลั่นยังดังก้องไปมาในหู
ยายสามสีอายุมากกว่าเขาซักสองปี เพราะพากันมาหากินในแถบนี้ ไปขโมยอาหารมาได้ แต่กลับถูกพวกคุมถิ่นจับตัวได้ ยายสามสีหนีไม่ทัน พอคว้าได้ ไม่แค่ทุบตีทำร้าย เพราะสามสีเป็นผู้หญิง พวกนั้นฉีกเสื้อหล่อน แล้ว..แล้ว...
เด็กชายรู้สึกตึงที่หนังคอ แล้วร่างก็ลอยหวือ อากาศเย็นยามราตรีสัมผัสถูกร่าง บ่งบอกชัดเจนว่าถูกพบแล้ว เขาไม่ลืมตา แต่กลับตัดสินใจในฉับพลัน ด้วยความหวังลมแล้งที่สุดเท่าที่พอจะคิดออกมาได้
เมื่อพวกมันกระหายอยากจะฆ่าเขานัก เขาก็จะชิงตายมันเสียเลย
ชายร่างใหญ่ยกตัวเด็กชายขึ้นจากใต้ไม้กระดานด้วยมือเดียว แต่ร่างในมือนั้นนิ่งไม่ไหวติง
"เฮ้ย ตายแล้วเหรอวะ?" เขาพูดขึ้น ขณะหันมาถามคนอื่นๆ ขณะเดียวกันก็แกว่งร่างเล็กบางของเด็กชายมาด้านในลาน ร่างสีดำไหวปวกเปียกตามแรงเคลื่อน
"พูดเป็นเล่น มันจะตายได้ไง วิ่งมาดีๆ ไหน?" อีกคนหนึ่งพูดขึ้น พลางเข้าไปรับเอาร่างเด็กน้อยมาจากเพื่อน เขาเขย่าร่างเล็กๆนั้นเบาๆ แต่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นคือร่างนั้นเพียงแกว่งไปมาตามแรงจากมือของเขาเท่านั้น
"แสบมากนะมึง วางลงซิ" ตัวหัวโจกหันมาบอก พลางก้มลงสำรวจร่างที่ถูกโยนลงกับพื้น
มือใหญ่หนาวาดผ่านจมูก และไม่มีสัมผัสของลมหายใจแม้แต่น้อย ชายร่างใหญ่ทำหน้างงอยู่พักหนึ่ง แต่แล้วก็แอบหัวเราะในคอเงียบๆขณะทำสีหน้าพอใจ
"มาดูกันดีกว่าว่ามันจะแกล้งตายไปได้ถึงไหน" สิ้นคำนั้นเขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะครืน เด็กชายเริ่มรู้สึกถึงลางไม่ดีแต่ก็ยังคงแกล้งตายต่อไป หวังแต่ว่าพวกมันจะเข้าใจว่าเขาตายแล้วจริงๆ แล้วยอมผละไปเท่านั้น
แต่ตอนนั้นเอง เขารู้ตัวว่าต้องคิดผิด ผิดอย่างมหันต์ เสื้อผ้ามอซอ ที่จะขาดมิขาดแหล่มาตั้งร่วมปีถูกกระชากขาดในพริบตา และตอนนั้นเองที่ดวงตาสีทองของเขาเปิดขึ้น
"ปล่อย!!!" เขาร้องลั่น ขณะทะลึ่งพรวดเพื่อลุกขึ้น แต่กลับถูกกดลงไปนอนกับพื้นอีก
"ปล่อย!! ปล่อย!ปล่อย!ปล่อย!ปล่อย!ปล่อย!" เด็กชายดิ้นพราด แต่ก็ไม่อาจจะดึงตัวให้หลุดได้
"จับดีๆนาแก เมื่อกี๊นังหนูนั่นดันชิงเท่งทึงไปซะก่อน กูไม่ชอบเอาศพว่ะ"เจ้าตัวหัวโจกพูดขณะสลัดเสื้อนอกทิ้งไป
"ปล่อยนะโว้ย!! ปล่อยเดี๋ยวนี้!!" เด็กน้อยตะเบ็งเสียงลั่น ออกคำสั่งแก่กลุ่มสุนัขเลงที่พร้อมใจกันหัวเราะเยาะตอบอย่างครื้นเครง
"ปากดีซะด้วย ไอ้หนู" ชายคนเดิมพูดขึ้น ยกมือใหญ่ปิดปากเขาแน่น พลางยกร่างเขาขึ้น ให้คนอื่นๆจับแขนตรึงขาไว้แน่น แม้จะแข็งขืนเพียงใด พยายามดิ้นแค่ไหนก็ไม่อาจจะดึงให้หลุดพ้นไปได้เลย
หากดิ้นจนดึงมือหลุดมาได้ ก็จะถูกคว้าเข้าอีกทันที ส่วนขานั้นอ่อนแรงจากการวิ่งเต็มทน แม้แต่จะยกขึ้นยันก็ยังไม่ได้ แล้วยังถูกรวบเอาไว้ได้อีก
มือของพวกที่จับไว้บางคนก็เริ่มลวนลามจับนั่นนี่ ถึงจะเป็นเด็กผู้ชายแถมร่างผอมกะหร่องแทบไม่มีอะไรให้จับ ก็ดูพวกมันจะสนุกสนานที่ได้เห็นเข้าสะดุ้งทุกครั้งที่ถูกสัมผัส
เขาอยากจะส่งเสียงร้องออกมาเต็มที แต่ทั้งหมดที่ส่งออกมาได้คือเสียงอู้อี้ที่ดังอยู่ในคอ เพราะถูกมือหนาใหญ่ของหัวหน้าสุนัขเลงปิดไว้แน่น เด็กชายหุบปากลง ถึงมือนั้นจะบีบกรามเขาจนเจ็บ แต่ก็คงไม่ยากนักที่จะอ้าปากให้พ้นขึ้นมาได้ ขอแค่ให้ลื่นอีกนิด
เด็กน้อยทำปากขมุบขมิบ ปล่อยให้น้ำลายผ่านริมฝีปากออกมาอย่างเงียบๆ ขณะเดียวกันเจ้าของมือก็ซุกไซร๊ใบหูและงับหยอกเบาๆ ทันใดนั้นเด็กชายก็อ้าปากขึ้นอย่างฉับพลัน จนผ่านมือที่ปิดไว้นั้นขึ้นมาได้ และงับลงในทั้นทีตรงระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ของมือนั้น
"โอ๊ย!! ไอ้เด็กเวร!" เขาสลัดมือออก แต่เด็กชายไม่ยอมปล่อย ด้วยความตกใจ ทำให้คนที่ตรึงมือข้างข้างหนึ่งของเขาไว้เผลอปล่อยหลุด
เด็กชายคว้ามือในปากของตนทันที แล้วฝังเขี้ยวซ้ำลงไปยังแผลเดิมเต็มกำลัง ทว่ากลับถูกทุบเข้าจากด้านหลัง พร้อมๆกับเข่าของเจ้าของมือที่พุ่งเข้าใส่กลางท้องที่ว่างเปล่าจนร่างผอมเกร็งนั้นทรุดลงไปกองกับพื้นและครางด้วยความเจ็บปวด
ข้อมือบางๆถูกคว้าและดึงขึ้นมายืนอีก
"อยากโดนดีใช่ไหมไอ้หนู?" เจ้าของมือพูดเสียงขุ่น ขณะที่เด็กชายมองตอบตาขวาง
"ดี" เขาพูดสั้นๆ แล้วโยนเด็กชายลงพื้น ซึ่งเด็กน้อยก็ถอยไปจนชิดกำแพงในทันที สองมือยันพื้น หอบตัวโยนจนเห็นร่างน้อยๆกระเพื่อมขึ้นลง ดวงตาสีทองยังคงจ้องเขม็งกลับมา
ชายร่างใหญ่อีกสามคนตีกระหนาบเข้ามา ขณะที่ที่เหลืออีกสองคนยืนมองอยู่ห่างๆ
"ถอยไป!!" เด็กคนนั้นลุกพรวด แล้วตะโกนเต็มเสียงพร้อมกับกระโจนเข้าใส่คนที่อยู่ตรงหน้าเสียเต็มรัก
ค่าอะไรที่จะหนี ดูยังไงก็หนีไม่พ้น
เขาเกิดเป็นแมว ถูกบีบให้จนตรอก ก็เป็นหมาจนตรอกได้เหมือนกัน
เพราะคาดไม่ถึง ผู้เคราะห์ร้ายจึงผงะไปเล็กน้อย และเขี้ยวของเด็กชายก็ฝังเข้าที่ไหล่พอดี
"โว๊ย!!ไอ้ระยำนี่!!" เขาพยายามคว้าร่างเล็กๆบนไหล่ แต่มือสีดำสนิทข้างหนึ่งปิดหน้าปิดตาเสียหมด
ตอนนั้นเองที่อีกมือหนึ่งยื่นเข้ามา และลากเอาเด็กน้อยออกไป ด้วยอารมณ์โกรธเต็มที่สุนัขเลงที่ถูกลูกแมวจรจัดกัดจนไหล่เหวอะไปข้างหนึ่งก็ก้มลงหมายเอาชีวิตเจ้าตัวการทันที
ปากอ้ากว้างและงับหูได้ข้างหนึ่ง เพราะเด็กชายก้มตัวหลบลงไปต่ำพอที่จะปกป้องคอของตนจากคมเขี้ยวมัจจุราจ แต่ไม่ใช่ใบหู
"โอ๊ย!!!" เด็กชายร้องลั่น สองมือยกขึ้นกุมใบหูที่ยังอยู่ในปากอีกฝ่ายทั้งที่ยังพยายามจะก้มหลบหลีกออกไป
ขาถูกรวบทำให้เขาเสียหลัก แต่เขาก็ยังไม่ยอมแพ้ ส่ายหัว และพยายามสลัดคมเขี้ยวมรณะนั้นให้หลุดอย่างบ้าคลั่ง ขณะที่แหกปากร้องเต็มเสียง
"ปล่อย!! ปล่อยนะโว้ย!!! ปล่อย!ปล่อย!ปล่อย!ปล่อย!ปล่อย!!"
ทันใดนั้นความเจ็บปวดอย่างรุนแรงก็เสียดแทงเข้าที่ศรีษะ เขาหลุดจากคมเขี้ยวนั่นแล้ว พร้อมๆกับเสียงบางอย่างฉีกขาด และของเหลวอุ่นๆก็ไหลลงชโลมใบหน้า เด็กชายอ้าปากขึ้น
เสียงกรีดร้องลั่นราตรี