เฉพาะกิจ
เพราะทางบล็อคโน้นมีตารางลงบันทึกการเรียน ขี้เกียจรอ ลงมันที่นี่ล่ะ
ถามว่าซุ่มแต่งแต่เมื่อไหร่.. ก็ เมื่อคืน.........
คือแบบ ความเร็วในการเขียนอีวานนโทริส เทียบกับอัลเฟรดโทริสแล้วแบบ คนละชั้นมาก....
ตอบเม้นท์?
อะไหนๆก็ไหนๆ
พี่ฮานะ - ไชนี่ก็แค่หาข้ออ้างให้อีวานซังเอ๊ง อั๊ง
พี่ทิม - เรื่องมหัศจรรย์แห่งยุคน่ะ พี่ทิมก็รู้เนอะ
พี่กี - เห็นใจโทริสเถอะค่า ฮา
มาน่า - ก็ไม่เชิงนะ...
ยุน - ย้ากกกกกกกกกกกกจัดห้ายยยยยย ซะเมื่อไหร่
พี่จิบิ - มันเป็นฟิกคนละเรื่องกันนะคะ เรื่องนี้เกิดหลังจากเรื่องนั้นเนิ่นนานเลย อีวานซังเขียนง่ายแต่จิ้นยากอ่ะ..เสียงพี่ท่านแม่ม...
ลิน - ขอบคุณค่า
สำหรับอีเรื่องต่อไปนี้ ก็ต้องบอกก่อนว่า คงไม่เรทไม่เอสเอ็มสมใจหลายๆคน เพราะว่า...เหตุทั้งหลายทั้งปวงที่ทำให้เขียนออกมาอบบสายฟ้าแลบคือ...
อาการ"อ้อน"
เพราะแฟนอาร์ทอีวานซังอ้อนโทริสแอบเยอะ........................ แม่งอดใจไม่ไหวว่ะค่ะ
ก็เลย...นะ
เป็นเงี้ย
--------------
อย่าสิ...
อย่าร้องไห้...
คนที่ควรจะร้อง คนที่อยากจะร้องน่ะ
...คือผมต่างหาก
โทริสกำลังจะกลับห้องพักตอนที่ถูกเรียกเอาไว้ เสียงนั้นคุ้นเคยก็จริง ทว่ากลับฟังดูเซื่องซึมไม่ร่าเริงเหมือนเคย และเมื่อหันกลับไป เขาก็แทบจะปล่อยเอกสารในมือลงพื้น
อีวานที่ยืนอยู่กลางทางเดินเบื้องหลังเขาตัวเปียกโชก น้ำยังหยดไม่ขาดสายจากชายเสื้อคลุม ใบหน้าขาวซีดก้มมองพื้นนิ่ง เส้นผมสีอ่อนชุ่มน้ำตกเลียบติดผิวบดบังดวงตาเสียหมด สองมือเปลือยเปล่าที่กุมกันอยู่เปรอะเปื้อนด้วยขี้ดินจนดำด่าง แม้แต่ด้านหน้าของเสื้อเองก็มีรอยเปื้อนกระจายไปทั่ว แสงฟ้าแลบชั่ววาบหนึ่งสะท้อนแววว่างเปล่าในดวงตาหลังเส้นผมและหยดน้ำ
ชายหนุ่มเบิกตากว้างก่อนจะตั้งสติได้แล้วรีบจ้ำกลับไปหา มือซ้ายรวบเอกสารทั้งหมดเข้าเพื่อให้มือขวาว่างลง
"คุณอีวาน!! ไปทำอะไรมาครับ!? ทำไมถึงเปียกไปหมดแบบนี้ ออกไปตากฝนกลางพายุแบบนี้หรือไงครับ แล้วนี่ถุงมือไปไหนครับ? ทำไมมือเลอะแบบนี้? นี่คุณไป..?" โทริสชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อคว้ามือซีดเซียวของอีวานได้ หัวใจเขาแทบหล่นวูบเมื่อสัมผัสมือนั้น เอกสารในอ้อมแขนอีกข้างถูกลืมไปในทันทีขณะยกมืออีกข้างขึ้นสัมผัสแก้มเย็นชืด
"ให้ตาย! ตัวเย็นเป็นน้ำแข็งเลยนะครับ นี่คุณไปทำอะไรที่ไหนมากันแน่ ทำแบบนี้ไม่ได้นะครับ จริงๆเลย ถ้าเกิด.."
"โค่ล.."
โทริสดีดตัวหนีทันที เขาถอยห่างออกมา เสียงพึมพำเบาๆแทบไม่ได้ยินนั้นดูเหมือนจะทำให้อุณหภูมิร่างกายของเขาลดลงไปเหลือเท่าๆกันกับความเย็นบนผิวของอีวานในเวลานี้ได้พริบตา
"หวา! ขะ ขอโทษ ขอโทษครับ ขอโทษ ..." ชายหนุ่มขอโทษขอโพยอย่างเคย แต่เมื่ออีกฝ่ายเพียงแต่ยืนนิ่งขึงจนเกือบจะเหมือนรูปปั้น ผิดแต่ปากยังขยับพึมพำอยู่เบาๆแทบไม่มีเสียงลอดออกมา โทริสจึงค่อยขยับเข้าไปใกล้ๆ ก้มช้อนตามองใบหน้าของอีวาน พยายามจะมองให้ชัดทันเห็นหยดน้ำตาร่วงสวนลงมา
โทริสถอนหายใจก่อนที่จะพูดต่อเบาๆด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
"คุณอีวาน...ทำอย่างนี้ไม่ได้นะครับ มาเถอะครับ ไปเปลี่ยนเสื้อกัน ขืนปล่อยให้เปียกมะล่อกมะแล่กอยู่อย่างนี้ได้ปอดบวมตายกันพอดี" เขาดึงมือของอีวานเบาๆ มีแรงขืนอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดร่างใหญ่ก็ยอมก้าวเดินตามมา
อีวานมองดูคนที่จูงตนนำทางขึ้นไปห้องชั้นบนอย่างเลื่อนลอย
เขาไม่เข้าใจ
เมื่อครู่คนคนนี้โวยวายเสียมากมาย มีสีหน้าท่าทางตกใจ ร้อนใจ แม้แต่เอกสารที่ถืออยู่ก็ลืมหมด จะรู้ไหมนะว่าถ้าพรุ่งนี้ไม่ได้มาเก็บเอาไปไว้ที่ที่ควรจะถูกเขาลงโทษด้วย
อีวานไม่ใช่เด็กแล้ว ถึงจะออกท่าทางเหมือนเด็กไร้เดียงสาก็ไม่ได้แปลว่าความคิดอ่านจะเด็กไปด้วย ใครจะรู้ดีเท่าว่าเขาทำเรื่องร้ายกาจอะไรบ้างกับคนตรงหน้านี้ ถึงกระนั้นโทริสก็ยังเป็นห่วงเขา ถึงจะหวาดกลัว และจำใจทำอะไรหลายอย่างเพียงเพราะถูกบังคับ แต่ก็มีหลายครั้งเหลือเกินที่ดูเหมือนทำอะไรเพื่อเขาจริงๆ ทำให้เอง โดยไม่ได้ขอ ไม่ได้สั่งเลย
โทริสเอื้อมมือขยับเอาผ้าพันคอของเขาออกตามด้วยเสื้อคลุม แต่เมื่อปลดกระดุมเสื้อตัวในเสร็จ ชายหนุ่มก็สังเกตเห็นมือที่ยังกำแน่นอยู่ของอีวาน
"อะไรอยู่ในมือน่ะครับ?" เขาถาม แบมือเป็นท่าว่าจะขอเอาไป อีวานส่ายหน้าแล้วกำมือแน่นขึ้นอีก น้ำตาอุ่นๆรื้นขึ้นมา
"ผมไม่เอาไปไหนหรอก คุณอีวานต้องล้างมือนะครับ ผมขอเถอะ เดี๋ยวก็วางไว้ตรงนี้เองนะ ขอเถอะนะครับ" โทริสพูดต่อด้วยเสียงอ่อนโยน ประล่อมประเหลาะให้เขายอม อีวานจึงค่อยคลายมือออก เศษดินเกือบเป็นกำร่วงออกมา และที่อยู่ตรงกลางมีซากต้นกล้าเล็กๆที่ยับเยินของอะไรสักอย่างอยู่
"คุณอีวาน..? นี่...?"
"..น..ฮึก.." อีวานขยับปากจะตอบ แต่กลายเป็นเสียงสะอื้นออกมา น้ำตาจะไหลแล้วก็ยกมือขึ้นจะเช็ด แต่โทริสกลับคว้ามือที่เปรอะเปื้อนทั้งสองนั้นไว้ได้ทัน
"ไม่เอานะครับ อย่าร้องไห้สิ คุณอีวาน" โทริสบอกเขา และหลังจากลังเลเล็กน้อยกับการปล่อยมือก็เขย่งเท้าขึ้น จูบลงข้างแก้มเพื่อซับหยดน้ำตาที่ไหลลงมาให้กับอีวาน เมื่อร่างใหญ่โน้มลงมาใกล้ขึ้น เขาจึงขยับขึ้นจุมพิตเบาๆที่หางตาแล้วปล่อยมือข้างหนึ่งยกขึ้นปาดน้ำตาที่เหลือออก
"อย่าร้องไห้เลยนะครับ ไม่เป็นไรนะ"
"โทริส...พายุมัน...ดอกไม้ของผม.." อีวานพูดสลับสะอื้น ดูเหมือนโทริสจะพอปะติดปะต่อได้ว่าลมฝนที่รุนแรงจะทำให้ต้นไม้ที่แคระแกร็นอยู่แล้วถึงฆาตเสียที ตอนนี้เขาใช้ทั้งสองมือเช็ดน้ำตาและลูบแก้มที่เปียกชุ่มของอีวานให้
"โอ๋ๆ เข้าใจแล้วล่ะครับ ไม่เป็นไรหรอก ไว้คราวหลังหาต้นที่ทนกว่านี้มาปลูกแทนดีมั้ยครับ? เอาล่ะๆ หยุดร้องไห้เถอะนะครับ นะ" โทริสปลอบทั้งที่ยังโน้มหน้าเข้าใกล้จนหน้าผากติดกัน มือก็ยังคงปาดเอาน้ำตาที่ไหลไม่หยุดออก ในที่สุดเมื่อน้ำตาไม่ไหลออกมาอีกแล้ว เขาก็ยิ้มออกมา
"โทริส..ยิ้มทำไมน่ะ?" อีวานเงยหน้าขึ้นถามนิดหนึ่ง โทริสจึงถอยออกไป แต่ยังคงยิ้มอยู่ และสองมือก็ยังอยู่บนแก้มทั้งสองของเขา
"ผม..? เพราะคุณอีวานหยุดร้องไห้แล้วไงครับ" ชายหนุ่มตอบพร้อมกับยิ้มให้อีกครั้ง
"เหรอ...?" อีวานย้อนถามเอียงคอน้อยๆมองดูใบหน้าที่อยู่ห่างไปเพียงไม่เท่าไหร่
"ครับ"
พูดจบเกือบไม่ทัน ก็ถูกปิดปากแบบไม่ทันตั้งตัวเพราะใบหน้าห่างกันเกินคืบไม่เท่าไหร่ เพียงแค่อีวานโน้มตัวลงมานิดเดียวริมฝีปากก็สัมผัสกันพอดี โทริสพยายามถอยหนี แต่อีวานก็โอบแขนกอดเขาเอาไว้แน่น และเมื่อยอมผละออกไป รอยยิ้มก็หายไปจากใบหน้าแดงเรื่อของโทริส แทนที่ด้วยสีหน้าตระหนกตกใจ
"ทะ ทำอะไรน่ะครับ!?" ชายหนุ่มในอ้อมกอดร้องถาม พลางพยายามผลักตัวออกห่างอย่างไร้ผล
"โทริสไม่จำเป็นต้องฝืนยิ้มให้ผมหรอกนะ" ครั้งนี้รอยยิ้มกลับไปปรากฏอยู่บนใบหน้าของอีวานแทน ยิ้มที่ปกปิดความนึกคิดน่าหวาดกลัวในใจได้มิดชิดจนมองไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่
"อ..เอ๊ะ?" ฝ่ายโทริสจับต้นชนปลายไม่ถูก ได้แต่มองตอบอย่างงงๆทั้งที่มือยังพยายามดันตัวเองออก
"ผมชอบที่โทริสลำบากใจ ร้อนใจ ตกใจ...เสียใจก็ด้วย ถ้ามันเป็นความรู้สึกจริงๆ เพราะว่าโทริสใส่ใจผมใช่รึเปล่า ถึงได้แสดงสีหน้าพวกนั้นออกมา เพราะงั้น... ไม่ต้องยิ้มหรอกนะ" อีวานตอบ ชั่วครู่หนึ่งเหมือนรอยยิ้มว่างเปล่าบนใบหน้านั้นจะหมองเศร้าลงไป ตัวเขาเองยิ้มอย่างไม่มีเหตุผลจนเป็นนิสัย คนอื่นๆต่างก็ปั้นหน้ายิ้มแย้มใส่กันเป็นปกติ สีหน้าที่แสร้งทำได้ง่ายดายอย่างนั้นจะมีความหมายอะไรกัน
นอกจากสีหน้าอารมณ์ทั้งหลายที่เขาอยากจะเห็นจากโทริส อีวานก็อยากจะสัมผัสสิ่งที่จริงยิ่งกว่านั้นคือร่างกายและตัวตนของอีกฝ่าย เขาซุกใบหน้าลงกับไหล่ของร่างในอ้อมแขน
"คะ..คุณอีวาน?" โทริสเรียกเขาอย่างหวั่นๆ แต่อีวานสนใจความอบอุ่นที่สัมผัสได้มากกว่า
"มีแต่โทริส.." เขาเริ่ม หลับตาลงและกระชับกอดให้แนบชิดเข้ามาอีก
"อะ..อะไร..ครับ?"
"นอกจากพี่สาวแล้ว มีแต่โทริสที่ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่น รู้รึเปล่า ถ้านายพลฤดูหนาวกอดผมจะหนาวมาก ผมก็เลยเกลียดเขาทั้งๆที่ผมไม่มีใครคนอื่นเลย แล้วเขาก็ไม่เข้ามาใกล้ผมจนเกินไปอีก ดังนั้นตอนนี้ผมก็มีแต่โทริส แค่โทริสคนเดียว..." ยิ่งพูด อีวานก็ยิ่งซบหน้าแน่นเข้า
ความอบอุ่น...อุณหภูมิจากร่างกายของโทริสทำให้ตัวเขาที่ยังเปียกชื้นอุ่นขึ้น ความร้อนที่ซอกคอทำให้เขารู้สึกถึงชีวิตของคนอีกคน จึงยิ่งซุกหน้าเข้าไปขณะที่มือก็รั้งคอเสื้อลงเพื่อเผยผิวเนื้อให้มากขึ้น
ตอนนั้นเขาไม่ได้คิดอะไรเลย เพียงแต่อยากสัมผัสให้มากกว่านั้น อยากจะสัมผัสร่างที่กอดอยู่ให้มากที่สุด ซึมซับเอาความอบอุ่นมาให้มากที่สุด แต่โทริสก็ขัดขึ้นมาก่อน
"คุณอีวาน..ดะ เดี๋ยวครับ...จะทำอะไร?"
อีวานแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องอยู่ครู่หนึ่ง แต่เมื่อแรงขืนตัวจากโทริสมากขึ้นเขาก็ยอมเงยหน้า หลังจากมองดูใบหน้าที่แดงซ่านไปถึงหูของอีกฝ่ายอยู่อีกพักใหญ่โดยที่ไม่ยอมปล่อยมือออก เขาก็พูดขึ้นเหมือนเพิ่งนึกได้
"จริงสินะ...ต้องล้างมือก่อนใช่รึเปล่า?" คำถามใสซื่อนั้นทำให้โทริสงงไปพักใหญ่ๆ แต่แล้วเขาก็มองตัวเอง แล้วสีแดงบนใบหน้าก็เข้มขึ้น
"เอ่อ..จะว่าใช่ก็..ใช่ น่ะครับ แต่ว่า...เสร็จแล้วตั้งใจจะทำอะไร..เหรอครับ..?" โทริสถามแบบหวั่นใจในคำตอบ ทำให้อีวานอดจะขำไม่ได้
"ฮึๆ โทริสคิดว่าผมจะทำอะไรเหรอ? ผมเปล่านะ แต่ว่า...ตอนนี้โทริสเองก็เลอะไปแล้วเหมือนกัน อาบน้ำกับผมเลยมั้ย?"
"เอ๊ะ?...เอ๋!!"
"อ๊ะ แล้วก็ไหนๆก็พูดขึ้นมาแล้ว คืนนี้นอนกับผมนะ หมายถึง นอน กับผม น่ะ นะ" อีวานยิ้มร่าออกปากขอ ขณะที่โทริสนั้นนอกจากหน้าจะแดงจนไม่รู้จะแดงยังไงและเม็ดเหงื่อยังเริ่มจะผุดขึ้นมาบนใบหน้าแล้วก็แทบอยากจะวิ่งหนีไปเดี๋ยวนั้นถ้าไม่ติดว่าอีวานไม่ได้คลายวงแขนลงจากก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อย
"มะ ไม่เอานะครับ!! คุณอีวาน ผมไม่เอานะ!!!"
"ฮึๆๆ"
-----------
ในด้านความมหัศจรรย์
อีวานซังเป็นตัวละครที่มหัศจรรย์มาก
ถ้าใครรู้จักไชนี่มานานพอสมควรทันอ่านฟิกบลีช จะรู้ว่ากว่าไชนี่จะเขียนฉากเรทได้นี่ยากเนแสนเข็น(ถ้าใครยังไม่ลืม อีกฟิกบลีชที่ค้างเด่เรื่องนั้น พระเอกก็ยังไม่ได้กดนายเอกเลย.... แต่กลายเป็นว่า เสะของคู่เอก ไปปล้ำเคะของคู่รอง แล้วก็มีฉากอย่างว่าจริงๆอยู่แค่นั้นอ่ะ ทั้งเรื่อง ตั้งสิบหกสิบเจ็ดตอนเข้าไป)
แต่คุณอีวานสามารถมาถึงแล้วเรทได้เลยภายในราวๆสิบบรรทัด.......
เก่งมั้ยอ่ะ...............
ส่วนคราวนี้ก็มหัศจรรย์อีก...เพราะสามารถจบแบบน่ารักได้ด้วย(น่ารัก?)
ไม่ยักรู้มาก่อนว่าเราจบฟิกแบบน่ารักๆแนวนี้ได้ด้วย(น่ารักอะไร...ไงๆก็จบบนเตียงชัดๆ)
ข้อเสีย
สังเกตจากหัวเรื่อง ท่านจะทราบว่า จริงๆแล้วเราไม่ได้ตั้งใจจะเขียนให้มาจบตรงนี้............................
แต่เนื่องจากมันน่ารักแล้ว เลยช่างมันเหอะ ไว้ค่อยเขียนใหม่
ขอบคุณค่า
edit @ 9 Dec 2008 02:17:04 by หมายิ้ม